| POKO's profilePokoPhotosBlogLists | Help |
PokoAugust 17 ถึงคนที่แต่งงาน ... และ ... คนโสดทุกคน..~ เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป.... เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป ~..
ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม เธอเขินอายในอ้อมแขนผม ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี...ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม
เรามีลูกด้วยกัน ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทุกๆ เช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...แต่แล้ว...ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....
เจนเข้ามาในชีวิตของผม ....
ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...ที่นีป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ เธอบอกว่า "คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา" คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ๆ เธอบอกว่า "วันที่คุณประสบความสำเร็จ ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา" ผมเริ่มรู้สึกลังเล ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยา แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....
ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม ทั้งที่จริงๆ แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน จริงๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก ทุกๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...หรือ...ผมจะเลือกเป็นนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง...เธอจะเป็นอย่างไร
วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิส สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ เธอเหมือนจะรับรู้มันได้ แต่เธอก็ยิ้มน้อยๆ ให้กับพนักงานทุกคน แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น...ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า หย่ากับเธอนะ แล้วเราอยู่ด้วยกัน ผมพยักหน้า ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ
..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...
เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป..."ผมต้องการหย่า"...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย ผมย้ำกับเธออีกครั้ง เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า "คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย"...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น เธอร้องไห้อย่างหนัก ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้ มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น ระบุว่าเธอเป็นเจ้าของบ้านทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้นแล้วฉีกมันทิ้ง มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้ เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด สำหรับผมแล้ว...การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง...หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม ในทีสุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียที...คืนนั้น ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึกเห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง
ถึง...รัชต์...
"คุณจำได้มั๊ย วันที่เราแต่งงานกัน คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ"...ผมพยักหน้า..."นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น ชั้นมีเรื่องขอร้อง ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน"...ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี...
เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก ลูกชายเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า...ว้าว..วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา ผมพยักหน้าด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์แล้วเลยไปออฟฟิศ วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป เธอซบบนอกผม เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ ผมถึงได้ตระหนักว่า เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป... วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย... ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้...นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้ ลูกของเราร้องขึ้นว่าพ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ...สำหรับลูกแล้ว การได้เห็นพ่ออุ้มแม่ เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้ายและแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก เธอบอกกับผมว่า ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...ผมกอดเธอแน่น... และผมก็ตระหนักว่า ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่ ผมลังเลเล็กน้อยแต่ในที่สุดแล้ว ผมก็มาพบเจนจนได้ เธอเปิดประตูออก ผมบอกเธอว่า เจน..ผมขอโทษ ผมจะไม่หย่า เธอมองหน้าผม แตะหน้ผผากผม คุณสบายดีหรือเปล่า เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริงๆ ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกันตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม.... ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า... ..."ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่"... July 07 ++ เวลากับนาฬิกา ++แปลกมั๊ย...ใครๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ จริงๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย
เวลา... เดินไปข้างหน้า นาฬิกา... เดินอยู่ที่เก่า เวลา... เราไม่อาจย้อนกลับ นาฬิกา... เราหมุนย้อนมันได้ เวลา... เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน นาฬิกา... เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย เวลา... ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร นาฬิกา... ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง
ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน แต่ถามหน่อย... ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว? ฉัน... อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า หาสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง เค้า... อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ … ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้ แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นนั่นแหละ ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เรา...ขาดหายไป ~*กฎ 10 ข้อของคนรักกัน*~ข้อที่ 1 เราจะไม่โกรธพร้อมกันทั้งสองคน อย่างที่คนโบราณเค้าว่า ถ้าเขาร้อนเป็นไฟ คุณก็ต้องเย็นให้ได้ดั่งน้ำ
(น้ำเปล่านะ ไม่ใช่น้ำมัน)
ข้อที่ 2 เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด ยกเว้นตอนเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน
ข้อที่ 3 จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำ อย่าลืมพูดให้หวานๆ เข้าไว้
ข้อที่ 4 เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต ถ้าจะคุยเรื่องเก่าๆ เลือกเรื่องหวานๆ ของสองเราจะดีกว่า
ข้อที่ 5 ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ
ข้อที่ 6 สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืน เพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่หลับ คุยกันให้เข้าใจกันก่อน ดีกว่าหันหลังให้กัน
ข้อที่ 7 คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้น จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณ หนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟัง แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม
ข้อที่ 8 ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก
ข้อที่ 9 อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หมายถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริง เพราะการใส่ใจ คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่คุณนั่งฟังเขาพูด แต่ดูทีวีไปด้วย
ข้อที่ 10 อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ …
** กฎข้อพิเศษ ... การที่จะได้รู้จักใครซักคนเป็นเรื่องวิเศษ เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยชั่วไม่กี่นาที เราใช้อารมณ์ตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ที่มีมามันคุ้มกันแล้วเหรอ เพียงคำว่าอภัยและปรับตัวเข้าหากันใหม่ สิ่งดีๆ อาจมีขึ้น โดยที่คุณไม่รู้ตัว ปัญหาเกิดเพราะไม่คุย ปัญหาเกิดเพราะไม่คิดจะแก้ไข ปัญหาเกิดเพราะทิฐิ ปัญหาเกิดเพราะนึกถึงแต่ตัวเอง คิดว่าทำอย่างนี้ดีที่สุดแล้วอีกฝ่ายคิดแบบเดียวกับคุณหรือป่าว สุดท้าย ... ก็มีแต่ความเสียใจ .. July 06 ~*~*~* จดหมายขอโทษ – จดหมายขอบคุณ*~*~*~ ถึง สุดที่รัก...
.. ขอโทษที่ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ
.. ขอโทษที่กระโดกกระเดก
.. ขอโทษที่ใจร้อนเสมอ และต้องให้เธอคอยเตือนเสมอ
.. ขอโทษที่ชอบร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน
.. ขอโทษที่ไม่น่ารักและน่าถนุถนอม
.. ขอโทษที่ไม่รู้จักโตสักที
.. ขอโทษที่ขี้ใจน้อย
.. ขอโทษที่ขี้งอน
.. ขอโทษที่ชอบพูดตรงๆ
.. ขอโทษที่เคยทำร้ายจิตใจกัน
.. ขอโทษที่ชอบจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว
.. ขอโทษที่ขี้บ่นเหลือเกิน
.. ขอโทษที่รักเธอซะมากมาย
ถึง เธอที่รัก...
.. ขอบคุณครับที่ไม่อ่อนหวาน ผู้ชายอย่างผมจะได้แอบหวานกับเขาบ้าง
.. ขอบคุณครับที่กระโดกกระเดก ผมจะได้มองออกว่าคุณเขิน
.. ขอบคุณครับที่ใจร้อน ผมยินดีที่จะทำให้มันเย็น
.. ขอบคุณครับที่ร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน ผมจะได้มีโอกาสเช็ดน้ำตาของคุณบ้าง
.. ขอบคุณครับที่ไม่น่ารักและน่าถนุถนอม ขืนน่ารักกว่านี้ผมคงแย่งชิงกะคนอื่นอีกนานโข
.. ขอบคุณครับที่ขี้น้อยใจ มันแสดงว่าผมก็มีความสำคัญพอให้คุณโกรธบ้าง
.. ขอบคุณครับที่ขี้งอน ผมจะได้ง้อไง แต่อย่านานนักล่ะ ผมทรมานใจนะครับ
.. ขอบคุณครับที่พูดตรง เพราะมันช่วยให้ผมเรียนรู้ในสิ่งดีๆ
.. ขอบคุณครับที่ทำร้ายจิตใจกัน มันทำให้ผมได้รู้ถึงความเหนียวแน่นของความสัมพันธ์ของเราสองคนมัน
ไม่ขาดกันง่าย ๆหรอก ( ผมไม่ยอม )
.. ขอบคุณครับที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของผม นั่นแน่…เป็นห่วงผมล่ะสิ
.. ขอบคุณครับที่ขี้บ่น…เอ๊ย…ไม่เอาดีกว่าข้อนี้ไม่ดี ๆ เหมือนยายแก่ แต่ถ้าจะเป็นจริง ๆ ผมขอเป็นตาแก่นะ
.. สุดท้ายขอบคุณครับที่เข้ามาในชีวิตผม ทำให้ผมรู้ความหมายของคำว่า "You complete me." โดย
ไม่ต้องเปิด dictionary ... และขอบคุณนะครับที่อยู่เพื่อให้ผมรัก |
||||
|
|